เทคนิคการยกระดับจิตใจจาก “The Monk Who Sold His Ferrari” Part 1/2

The Monk Who Sold His Ferrari
แต่งโดย Robin Sharma

…หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวในชีวิตจริงของจูเลียน แมนเทิล (Julian Mantle) ทนายความระดับประเทศชาวอเมริกันผู้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวดในหน้าที่การงาน แต่กลับหาความสุขมิได้ เคร่งเครียดตลอดเวลา และสุขภาพเสื่อมโทรมอย่างรุนแรงจนต้องถูกหามเข้าโรงพยาบาลระหว่างที่ว่าความอยู่ในศาลเนื่องจากภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน หลังจากนั้นไม่นาน จูเลียน แมนเทิล ทนายความวัยกลางคนผู้มีชื่อเสียงผู้นี้ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเป็นเวลาถึงสามปี และกลับมาในรูปลักษณ์ใหม่ที่เต็มไปด้วยความสุข สดชื่น และแข็งแรงทั้งกายและใจ สามปีที่ผ่านมาเขาได้ไปฝึกพลังจิตกับดาบสที่อาศัยอยู่บนเทือกเขาหิมาลัยเพื่อเรียนรู้วิธีการยกระดับคุณภาพจิตใจให้เข้มแข็ง สงบ มีพลัง เต็มไปด้วยความผ่องใสและมีความสุข

เทคนิคการยกระดับจิตใจดังกล่าวมีดังต่อไปนี้

1. สวน (Garden)
…สวนคือสัญลักษณ์ของจิตใจดาบสกล่าวว่า การที่คน ๆ หนึ่งพยายามดูแลสภาพจิตใจของตนเองให้เป็นสุขและผ่องใสอยู่เสมอ ก็เปรียบเสมือนกับชาวสวนที่คอยรดน้ำ พรวนดิน ดูแลต้นไม้ ระมัดระวังไม่ให้ใครเอาขยะหรือสิ่งสกปรกมาทิ้ง และระวังไม่ให้วัชพืชหรือแมลงต่าง ๆ มาทำลายพืชพันธุ์ในเรือกสวนไร่นาของตน ขยะหรือวัชพืชต่าง ๆ ในที่นี้หมายถึง ความคิดในแง่ลบหรือความว้าวุ่นกังวลใจที่คอยรบกวนจิตใจ ทำลายพลังชีวิต ทำให้จิตง่อนแง่นไม่สามารถทำการใหญ่ได้ ฉะนั้น หากเราต้องการจะมีความสุขและประสบความสำเร็จ เราจะต้องพยายามทำจิตใจให้ผ่องใสซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องฝืน เพราะธรรมชาติของจิตใจนั้นชอบที่จะคิดในแง่ลบ วิธีการขัดเกลาจิตใจให้ผ่องใสขั้นแรกคือ ฝึกรู้ทันความคิดของตัวเองว่า วันหนึ่งเราคิดอะไรบ้าง เมื่อรู้ทันแล้วจึงจะแก้ไขความคิดที่ผิดให้ถูกต้องได้ ใครก็ตามที่รู้จักควบคุมความคิดจะสามารถควบคุมชีวิตได้ และก็จะสามารถควบคุมชะตาชีวิตของตนเองได้ในที่สุด วิธีที่ง่ายที่สุดในการสังเกตความคิดในแง่ลบคือ มันจะแสดงออกมาในรูปของ อาการเบื่อ เซ็ง เหม่อ อึดอัด เศร้าหมอง และร้อนรุ่ม เป็นต้น เมื่อรู้ทันว่ากำลังคิดในแง่ลบให้รีบตัดทิ้ง เปลี่ยนเรื่องคิด และให้พยายามคิดในแง่บวกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

2. ทะเลสาบ (Lake)
…การจะนำพลังจิตมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จะต้องมีมโนภาพเป็นสื่อกลาง เมื่อเรามีมโนภาพ เราจะมีความรู้สึกซึ่งจะบอกเราได้ว่าสิ่งไหนใช่หรือไม่ใช่ เพราะสิ่งที่ใช่และพอที่จะเป็นไปได้ ภาพที่เราสร้างขึ้นมาจะต้องชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ และมีความรู้สึกสบายไม่อึดอัด ความรู้สึกและมโนภาพคือการทำงานของจิต ฉะนั้น หากเราต้องการที่จะทำความฝันให้เป็นจริงทั้งทางโลกและทางธรรม เราจะต้องสร้างสิ่งที่เราปรารถนาให้เป็นมโนภาพขึ้นในใจ มโนภาพจะช่วยให้เรามีสมาธิไม่ว่อกแว่ก ไม่จับจด ไม่ล้มเลิกกลางครันแม้ว่าจะเจออุปสรรคแค่ไหนก็ตาม การสร้างมโนภาพจะต้องสร้างเป็นประจำทุกวัน ในหนังสือกล่าวว่า ดาบสทั้งหลายจะฝึกสร้างมโนภาพที่ทะเลสาปทุกเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น โดยจะเพ่งไปที่ทะเลสาปและสร้างมโนภาพต่าง ๆ ให้ปรากฎขึ้นบนพื้นผิวทะเลสาบนั้น ๆ

3. ศิลปะในการเป็นผู้นำ (The Art of Leadership)
การเป็นผู้นำในที่นี้คือ การรู้จักบริหารชีวิตของตนเองให้มีความสุขและประสบความสำเร็จ เมื่อเราสามารถบริหารกายและใจของตนเองได้ เราย่อมบริหารผู้อื่นได้เช่นเดียวกัน เมื่อนั้นความสุขและความสำเร็จย่อมอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม วิธีการสร้างความเป็นผู้นำมีดังนี้
– สร้างบุคลิกภาพแห่งความแข็งแกร่ง กล้าหาญ มุ่งมั่น และมีพลังชีวิต โดยการตั้งใจทำ ตั้งใจพูด ตั้งใจคิด และมีความรู้เนื้อรู้ตัวในทุก ๆ อิริยาบถ บุคลิกดังกล่าวจะเป็นบ่อเกิดแห่งความสำเร็จและความสงบภายในจิตใจ ดูแล้วมีพลัง น่าเชื่อถือ และน่าคบหาสมาคมด้วย
– ขจัดความกลัวออกจากจิตใจ ความกลัวเกิดจากความเห็นแก่ตัว มนุษย์มีความเห็นแก่ตัวและชอบที่จะได้รับ “ผล” ที่น่าพอใจอย่างเดียว แต่จะรับไม่ได้เมื่อสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามที่ใจหวัง ฉะนั้น เมื่อจำเป็นจะต้องเสี่ยงโดยที่ไม่รู้ว่า “ผล” ที่ออกมาจะเป็นอย่างไรจึงเกิดความกลัว และเลือกที่จะอยู่ในสภาพเดิม ๆ ที่คุ้นเคยหรือที่เราเรียกว่า โซนแห่งความสบายใจ (comfort zone) วิธีคิดเช่นนี้จะบั่นทอนพลังชีวิตและปิดกั้นโอกาสในการพัฒนาขีดความสามารถของตนเอง วิธีขจัดความกลัวคือ เปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ ๆ กล้าที่จะรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ยอมรับจุดอ่อนของตัวเองแล้วนำมาพิจารณาไตร่ตรองและแก้ไข ไม่มีใครในโลกที่สมบูรณ์แบบ ในโลกใบนี้ ยังมีสิ่งต่าง ๆ อีกมากมายที่รอให้เราค้นหา ไม่ใช่ให้กล้าอย่างบ้าบิ่น แต่ให้เลิกวิตกกังวลและหวาดกลัวจนเกินไป อย่างไรก็ตาม เมื่อเราตั้งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนที่เข้มแข็งและกล้าหาญแล้ว จิตใจก็ยังมีความไม่แน่ใจและหวาดกลัวอยู่ลึก ๆ วิธีแก้ไขคือ ให้สร้างมโนภาพในสิ่งที่เราจะทำและถามความรู้สึกว่า ควรทำหรือไม่ อย่างไร และให้ทำตามที่ความรู้สึกบอก วิธีนี้จะช่วยให้เรามีความมั่นใจที่จะลองทำสิ่งใหม่ ๆ ในชีวิตมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เรากระทำนั้นจะต้องไม่สร้างความเดือดร้อนและยังประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น

ขอบคุณ: www.drboonchai.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *