ถ้าคุณชอบกินปลาแล้วก้างติดคอ คุณจะยังกินปลาอยู่อีกมั้ย

“ถ้าคุณชอบกินปลาแล้วก้างติดคอ คุณจะยังกินปลาอยู่อีกมั้ย”

จำได้ว่าได้ยินประโยคนี้ครั้งแรกตอนดูคลิปของ “อาจารย์ชัชชัย ตั้งธรรม” แห่ง Ac’ cess School
เป็นประโยคที่เรียบง่ายแต่แฝงด้วยนัยยะของชีวิต

…มีใครเคยกินปลาแล้วก้างติดคอ แล้วเลิกกินปลาไปตลอดชีวิตมั้ยครับ
ผมว่าน่าจะมี แต่น่าจะมีน้อยมาก ซัก 0.00000001% ของคนทั้งโลก อะไรประมาณนั้น (อันนี้เดาเล่น ๆ)
การ “ชอบกินปลา” เป็นการเปรียบเทียบครับ หมายถึงการที่เราชอบทำอะไรจริงจังซักอย่าง เช่น ทำธุรกิจ เล่นดนตรี เล่นหุ้น ลงทุน หรืออื่น ๆ แล้ววันหนึ่งก็เกิดอุบัติเหตุกับสิ่งที่คุณชอบ คล้าย ๆ กันกับตอนที่เรากินปลาอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ดี ๆ แล้วก้างติดคอนั่นแหละครับ
ตัวอย่างของอุบัติเหตุที่เป็นเหมือนกับ “ก้างติดคอ” ก็เช่น
ทำธุรกิจอยู่ดี ๆ แล้ว เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ยอดขายตกต่ำ ขาดทุนจนเจ๊ง
เล่นหุ้นอยู่ดี ๆ แล้วหุ้นร่วงจนขาดทุน

ถามว่า “ถ้าเราชอบทำมันจริง ๆ” เราจะเลิกมั้ยครับ
จากที่ผมได้ศึกษาประวัติของคนที่ประสบความสำเร็จหลาย ๆ คนพบว่าเขาเหล่านี้ไม่เลิกครับ
บางคนก้างติดคอหลายรอบมากแต่ก็ไม่เคยคิดเลิกครับ จนสุดท้ายเขาก็ประสบความสำเร็จ

…ผมสนใจการหารายได้ทางอินเตอร์เน็ตมาตั้งแต่สมัยที่เงินเดือนไม่ถึงขั้นทำบัตรเครดิตได้ คือไม่ถึงหมื่นห้า (ใครทำธุรกิจออนไลน์คงจะทราบดีว่าการค้าขายกับเว็ปต่างประเทศต้องใช้บัตรเครดิต)
แต่โชคดีครับหลังจากนั้นไม่นาน ธนาคารกสิกรไทย ก็ออกโพรดักส์ตัวหนึ่งชื่อว่า K-Web Shopping Card อันนี้ถือว่าเป็นบุญคุณเลยครับเพราะโพรดักส์ตัวนี้เลยทีเดียวที่ทำให้ผมสามารถเริ่มธุรกิจออนไลน์ได้ตั้งแต่ยังไม่มีบัตรเครดิต
…แต่ก็ “เจ๊ง” ครับ ธุรกิจออนไลน์ดัง ๆ ยุคนั้นมีอยู่ 2 สาย คือ Google Rich กับ อีเบย์ (eBay)
…Google Rich คือการเอาสินค้าจากเว็ปเจ้าของสินค้าไปโฆษณาบนกูเกิล โดยเราจ่ายค่าโฆษณาให้กับกูลเกิลเมื่อมีคนคลิกโฆษณาของเรา แล้วเราจะมีรายได้เป็นค่าคอมมิสชั่น (Commission) จากเจ้าของสินค้าเมื่อสินค้าชิ้นนั้นขายได้จากการที่ลูกค้าเข้ามาซื้อผ่านทางลิงค์โฆษณาของเรา
…ส่วน อีเบย์ นั้นทุกคนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้ว คือการเอาของขึ้นไปขายบน ebay.com แล้วจ่ายค่าประกาศขายเอง …แล้วก็รับกำไรเองเมื่อขายได้

“รวยเป็นล้านด้วยกูลเกิล”แค่คำโปรยปกหนังสือก็น่าสนใจแล้วครับ
ผมเริ่มทำ Google Rich ก่อนเลยเพราะคิดว่าง่ายกว่า แค่โปรโมทสินค้าให้ขายได้แล้วก็รับค่าคอมมิสชั่น โดยไม่ต้องไปหาของมาขายเอง แล้วก็ไม่ต้องเสี่ยงกับการสต็อกสินค้าโดยมี่ไม่รู้ว่าจะขายได้หรือไม่ได้
…สุดท้ายแล้วมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดครับ ธุรกิจนี้จบลงด้วยการเสียค่าคลิกโฆษณาฟรี ๆ ไปหลายหมื่นเลย

ล้มจากธุรกิจแรกได้พักหนึ่งผมก็มาต่อที่ “อีเบย์” คิดว่ามันน่าจะเป็นทางที่ใช่กว่า เพราะเห็นคนประสบความสำเร็จเยอะมาก …แต่พอทำแล้วก็ได้รู้ว่ามันไม่ได้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าอย่างที่คิด อาจเพราะคู่แข่งสูงด้วย ผมก็พอขายได้บ้าง สุดท้ายก็จำเป็นต้องเลิกไปเพราะต้องให้เวลากับงานประจำ …ครั้งนั้นก็ขาดทุนกับสต็อกสินค้าไปเยอะเหมือนกัน จนป่านนี้ยังขายไม่หมดเลย

…แต่ยังไม่เข็ดครับหลังจากนั้นปีกว่าหลังจากเปลี่ยนที่ทำงานใหม่ ผมก็กลับมาทำอีก แต่ก็มีเหตุให้เลิกอีก ธุรกิจโปรโมทสินค้าบนกูเกิล นี่เลิกเพราะ Amazon.com ซี่งเป็นเว็ปขายสินค้าที่ผมเอาสินค้าไปโปรโมทเปลี่ยนกฎใหม่ไม่ให้เอาสินค้าของตัวเองไปโปรโมทบน Google หลังจากพยายามโปรโมทสินค้าของเว็ปอื่นพบว่ายอดขายไม่ดีเท่าของ Amazon ก็เลยเลิกไป
…ส่วนอีเบย์ก็กลับมาทำอีกก็เลิกอีก ตอนนั้นเลิกเพราะน้ำท่วมตอนปี 54 น้ำท่วมโรงงานผู้ผลิด ทำให้ไม่มีของส่งให้ลูกค้า ก็เลยเลิกไป …แต่สุดท้ายก็ได้เลิกยาว เพราะต้องแข่งขันทำผลงานในบริษัทที่ตัวเองทำงานอยู่

…แล้ววันนี้ผมก็กลับมาทำอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่การโปรโมทสินค้าหรือขายของบนอีเบย์แต่เป็นการขายของบน amazon.com ครับ (เว็ปเดียวกับที่ผมเคยโปรโมทสินค้าให้เขานั่นแหละ) …รายละเอียดไม่ขอพูดถึงนะครับ เพราะผมก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ

…สาเหตุที่ยกเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังเพราะว่าวันนี้ผมก็เหมือนกับคนที่กลับมากินปลาอีกครั้ง หลังจากที่โดนก้างติดคอมาหลายครั้งหลายครา

แล้วเพื่อน ๆ ละครับ “เคยโดนก้างติดคอกันบ้างมั้ย แล้ววันนี้ยังกินปลากันอยู่หรือเปล่า”

สวัสดีครับ
อ้ายคำปัน
3 กรกฏาคม 2557
(วันที่ประเทศไทยใกล้เข้าสู่เออีซีไปทุกขณะ)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *