ความลับ “The Secret”

…The Secret เป็นหนังสือที่โด่งดังมากในช่วงปี 2550 แต่ผมก็ไม่สนใจเพราะคิดว่าเนื้อหามันก็คงเหมือน ๆ หนังสือเล่มอื่น ๆ ของฝรั่งแหละ เพราะอ่านมาเยอะแล้ว แต่จนแล้วจนรอดก็ทนความใคร่รู้ของตนเองไม่ไหวจึงได้ซื้อมาอ่าน เพราะหลังจากมีหนังสือ The Secret ก็มีหนังสือเล่มอื่น ๆ ที่ตามกระแสออกมามากมายทั้งของไทยและต่างประเทศ จึงเกิดคำถามขึ้นภายในใจลึก ๆ ว่าจริง ๆ แล้ว The Secret มันคืออะไร
…The Secret เป็นการสื่อสารถึงวิธีการใช้พลังงานจิตใต้สำนึกด้านบวกในอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เรียกว่า “Law of Attraction” หรือ “กฎแห่งแรงดึงดูด” มีหลักการง่าย ๆ คือ ความคิดเราเปรีบเสมือนแม่เหล็ก และความคิดมีคลื่นความถี่ เวลาที่เราคิดอะไรสักอย่างหนึ่ง คลื่นความคิดจะถูกส่งกระจายออกไป และดึงดูดแถบคลื่นความถี่ระดับเดียวกัน กลับมาหาต้นกำเนิด ซึ่งก็คือตัวเรา  หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ หากเราคิดแต่สิ่งไม่ดี สิ่งต่าง ๆ ที่ไม่ดีทั้งหลายแหล่ก็จะถูกดึงดูดเข้ามาหาตัวเรา แต่ตรงกันข้ามหากเราคิดแต่สิ่งดี ๆ สิ่งดี ๆ ทั้งหมดรอบตัวก็จะถูกดึงดูดเข้ามาหาตัวเรา …ตัวเราเปรียบเสมือนเสาส่งสัญญาณที่เป็นมนุษย์ซึ่งกระจายคลื่นความคิดของเราออกไป ดังนั้นถ้าหากเราต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรต่าง ๆ ในชีวิต เราต้องเปลี่ยนคลื่นความถี่นี้เสียก่อน โดยเริ่มจากการเปลี่ยนความคิดของตัวเราเอง

3 ขั้นตอนง่าย ๆ ในการใช้ความลับสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ในชีวิต
ขั้นที่ 1: ขอ (Ask)
…เหมือนเรามีตะเกียงวิเศษ เมื่อถูเจ้ายักษ์ออกมาแล้ว คุณต้องขอในสิ่งที่เราปรารถ เช่นกัน เราต้องคิดโดยให้พลังแห่งจักรวาลรับรู้ว่า เราต้องการอะไรอย่างแท้จริง แล้วเราในที่สุดจะได้สิ่งนั้นมา …หากสิ่งที่เราคิดมันไม่ดี สิ่งที่เราได้รับก็ย่อมไม่ดีเช่นกัน แต่หากเราคิดดี สิ่งที่เราได้ย่อมดีเสมอ …วิธีการง่าย ๆ คือ คุณต้องการอะไรกันแน่ นั่งลง แล้วเขียนสิ่งที่ต้องการลงไปบนกระดาษ โดยเขียนให้เป็นปัจจุบันที่สุด แล้วก็บรรยายต่อไปว่าเราต้องการให้ชีวิตตัวเองเป็นอย่างไรหลังจากมีสิ่งนั้นแล้ว เช่น “ฉันกำลังมีความสุขอยู่กับ Camry คันใหม่ของฉัน ฉันได้ขับรถไปทำงานทุกวัน ได้ฟังเพลงตอนรถติด ขับไปรับภรรยา รับลูก เสาร์-อาทิตย์ได้ขับพาครอบครัวไปเที่ยว กินข้าวนอกบ้าน รู้สึกอบอุ่นและมีความสุขที่สุด…” เป็นต้น

ขั้นที่ 2: เชื่อ (Believe)
…จงมองสิ่งที่คุณต้องการว่ามันเป็นของคุณแล้ว ศรัทธาตั้งมั่น จงรับรู้ว่าสิ่งนั้นจะมาหาคุณในยามที่คุณต้องการ แล้วจงปล่อยให้มันเข้ามาอย่าหวั่นไหววิตกกังวล อย่าคิดว่าตัวเองยังขาดสิ่งนั้น จงคิดว่าสิ่งนั้นเป็นของคุณ คุณเป็นเจ้าของ และคุณได้ครอบครองมันแล้ว

ขั้นที่ 3: รับ (Receive)
…ให้เริ่มรู้สึกปลาบปลี้มยินดี แบบเดียวกับที่คุณจะรู้สึกเมื่อเกิดสิ่งนั้นขึ้นจริง ๆ …เมื่อคุณรู้สึกราวกับว่าคุณมีสิ่งนั้นแล้วในขณะนี้ และความรู้สึกนั้นช่างเป็นจริงเหมือนกับว่าคุณได้รับสิ่งนั้นมาแล้ว คุณเชื่อว่าคุณได้รับแล้ว และคุณก็จะได้รับ

สร้างวันใหม่ไว้ล่วงหน้า
…ถ้าคุณกำลังใจร้อนหรือเร่งรีบ แสดงว่าความคิดและการกระทำของคุณนั้นอยู่บนพื้นฐานของความกลัว และคุณกำลังจัดวางสิ่งเลวร้ายต่าง ๆ ไว้ล่วงหน้า ในระหว่างที่คุณรีบร้อนกลัวไม่ทัน คุณจะดึงดูดปัญหาหรืออุปสรรคต่าง ๆ เข้ามาบนเส้นทางของคุณอย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์นี้ได้เป็นไปตามที่กฎแห่งแรงดึงดูได้จัดเตรียมไว้แล้ว
…ในแต่ละวัน จงหมั่นกำหนดทุก ๆ เหตุการณ์ในชีวิตไว้ล่วงหน้าให้ติดเป็นนิสัยด้วยการคิด จงจัดเตรียมพลังจักรวาลไว้ล่วงหน้าไม่ว่าคุณจะทำอะไร และไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน ด้วยการคิดล่วงหน้าว่าคุณต้องการให้ชีวิตเป็นไปในทิศทางใด แล้วคุณจะสามารถสร้างชีวิตของคุณเองได้จากความตั้งใจ

ฝึกสำนึกรู้คุณ (Gratitude)
…เราคิดอะไร รู้ค่าสิ่งไหน ก็จะได้สิ่งนั้น …การรู้สึกสำนึกรู้คุณสามารถนำพาความคิดจิตใจทั้งหมดของคุณไปใกล้ชิดกลมกลืนกับพลังสร้างสรรค์ของจักรวาลยิ่งขึ้น
…ทันทีที่คุณรู้สึกกับสิ่งที่คุณมีอยู่แล้วต่างไปจากเดิมคุณก็จะเริ่มดึงดูดสิ่งดี ๆ เข้าหาตัวเองมากขึ้น สิ่งดี ๆ อีกมากมายที่คุณต้องรู้สึกขอบคุณ จงขอบคุณสิ่งที่คุณมีอยู่แล้วและพอใจแล้ว เช่น ร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง เสื้อผ้าที่สวมใส่ เพื่อนที่ทำงาน อาหารที่ทาน มือถือ …ฯลฯ แต่หากสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่คุณไม่ต้องการก็ไม่ต้องนึกถึงมัน เช่นฉันไม่มีบ้าน ฉันไม่มีรถ ฯลฯ เอาแค่สิ่งที่คุณมีอยู่แล้ว บางสิ่งอาจเป็นแค่สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันเช่น อาหารที่ทานประจำทุก ๆ เช้า แต่ลองคิดดูถ้าเกิดว่าวันหนึ่งเราไม่มีอาหารทานมันจะเลวร้ายซักแค่ไหน  …ฉะนั้นจงเริ่มมองสิ่งต่าง ๆ รอบตัวคุณด้วยมุมมองที่พิเศษ แล้วเริ่ม ขอบคุณ… ขอบคุณ… ขอบคุณเช้าวันใหม่ ขอบคุณเตียงนอน ขอบคุณห้องน้ำ ขอบคุณฝักบัว ขอบคุณกระจก ขอบคุณเสื้อผ้า ขอบคุณอาหารเช้า ฯลฯ

ฝึกสร้างมโนภาพ (Visualize)
… เมื่อคณเห็นภาพสิ่งใด คุณก็สร้างสิ่งนั้นเป็นตัวเป็นตนได้
… มีการทดลองให้นักกรีฑาโอลิมปิกสร้างภาพการวิ่งของตนขึ้นในใจเท่านั้น จากนั้นก็ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดปฏิกิริยาทางชีวภาพอย่างละเอียดไว้ที่ร่างกายพวกเขา ซึ่งได้ผลลัพธ์ที่ไม่น่าเชื่อคือคือ ขณะวิงในใจกล้ามเนื้อส่วนที่พวกเขาใช้ตอนวิ่งในสนามแข่งกลับทำงานอย่างเดียวกับเวลาที่วิ่งอยู่ในลู่จริง ๆ
… เมื่อคุณสร้างมโนภาพ และเมื่อคุณมีภาพที่คุณสร้างขึ้นปรากฏชัดเจนแล้ว จงทุ่มเทความคิดไปที่ผลลัพธ์ขั้นสุดท้ายเพียงอย่างเดียวเสมอ
ยกตัวอย่างเช่น ลองมองหลังมือของคุณเอง จองมองหลังมืออย่างจริงจัง คุณจะเห็นสีผิว ไฝ ฝ้า จุดด่างดำ เส้นเลือด เล็บมือ หรือแหวนที่คุณสวมอยู่ ลองมองรายละเอียดทั้งหมดนั่นดี ๆ แล้วก่อนที่จะหลับตาลง จงนึกสร้างภาพมือของคุณ นิ้วของคุณ กำลังเกาะกุมพวงมาลับรถคันใหม่เอี่ยมของคุณ
… การสร้างมโนภาพคือ กระบวนการสร้างภาพขึ้นในใจว่าคุณกำลังสุขใจกับการมีสิ่งที่คุณต้องการ เมื่อคุณสร้างมโนภาพ คุณสรรค์สร้างความคิดอันทรงพลังและรู้สึกเหมือนกับคุณกำลังมีสิ่งนั้นอยู่ จากนั้นกฎแห่งการดึงดูดจะส่งสะท้อนความจริงนั้น ๆ กลังมายังคุณในลักษณะเดียวกับที่คุณมองเห็นภาพนั้นในใจ

ปฏิบัติให้เป็นกิจวัตร
… ข้อแตกต่างเพียงประการเดียวระหว่างคนที่ดำเนินชีวิตในหนทางนี้และมีชีวิตที่มหัศจรรย์ กับคนที่ไม่ได้มีชีวิตเช่นนั้น ก็คือคนที่มีชีวิตมหัศจรรย์จะใช้ชีวิตจนกลายเป็นกิจวัตร พวกเขาสร้างนิสัยในการใช้กฏแห่งแรงดึงดูดอย่างสม่ำเสมอ นั่นทำให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับพวกเขาไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน เพราะพวกเขาไม่เคยลืมที่จะใช้กฎนี้ พวกเขาใช้กฎนี้ตลอดเวลา ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวก็เลิก
… จงใช้กฏแห่งแรงดึงดูดเป็นกิจวัตร ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวหรือเพื่ออะไรเพียงอย่างเดียว
… ทุกคืนก่อนนอน จงคิดทบทวนถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวันนั้น หากมีเหตุการณ์ใดหรือชั่วขณะใดที่คุณไม่ต้องการให้เกิดขึ้นในรูปแบบนั้น จงนึกย้อนสร้างภาพเหตุการณ์นั้นใหม่ในใจในรูปแบบที่คุณต้องการ

ความลับสู่ความมั่งมี
… เมื่ออยากดึงดูดเงิน ก็ต้องรวมศูนย์ความคิดไปที่ความมั่งมี คุณไม่มีทางได้เงินเพิ่มเข้ามาในชีวิตถ้าคิดถึงแต่ความอัตคัดขัดสนเงินทอง
… วิธีที่จะช่วยได้มากคือการสร้างจินตนาการและเชื่อด้วยว่าคุณมีเงินเท่าที่ต้องการแล้ว ลองเล่นเกมแสดงบทคนมั่งคั่งร่ำรวย แล้วคุณจะรู้สึกกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ดีขึ้น เมื่อคุณรู้สึกดีขึ้น อะไรดี ๆ ก็จะหลั่งไหลเข้ามาหาคุณมากขึ้น
… ตั้งใจมองดูสิ่งต่าง ๆ ที่คุณชอบและบอกตัวเองว่า “ฉันมีเงินซื้อ ฉันซื้อมันได้” แล้วชีวิตคุณจะเปลี่ยนไป คุณจะเริ่มรู้สึกดีขึ้นกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ
… ใช้เงินไปเพื่อที่จะได้รับเงินเข้ามาในชีวิตให้มากขึ้น เมื่อคุณใจกว้างเรื่องเงินทองและรู้สึกดีที่ได้แบ่งปันให้คนอื่น เท่ากับคุณกำลังประกาศว่า “ฉันมีเยอะแล้ว”

ความลับปรับความสัมพันธ์
… ถ้าคุณต้องการดึงดูดความสัมพันธ์ในรูปบบใดก็ตาม ต้องแน่ใจว่าทั้งความคิด คำพูด การกระทำ และสภาพแวดล้อมของคุณไม่เป็นปฏิปักษ์ขัดแย้งกับความปรารถนาของคุณ
… หน้าที่ของคุณก็คือรับผิดชอบตัวคุณเอง ถ้าคุณไม่เดติมตัวเองให้เต็มก่อน คุณก็ไม่มีอะไรที่จะให้คนอื่น
… เวลาที่คุณรู้สึกแย่กับตัวเอง คุณกำลังปิดกั้นความรักและกำลังดึงดูดผู้คนหรือสถานการณ์ที่จะทำให้คุณรู้สึกแย่กับตัวเองเข้ามาเรื่อย ๆ
…ปรับความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นด้วยการมุ่งมองแต่ข้อดีของอีกฝ่าย ไม่ใช่ข้อเสีย เมื่อคุณมุ่งคิดถึงแต่ข้อดีเหล่านั้น คุณก็จะได้พบข้อดีเพิ่มขึ้น

ความลับปรับสุขภาพ
… มุ่งคิดถึงแต่สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ คือสิ่งที่เราทำได้ด้วยใจ ไม่ว่าสภาพเงื่อนไขภายนอกจะเป็นอย่างไรก็ตาม
… การหัวเราะจะดึงดูดความร่าเริงยินดี ขจัดสิ่งที่เป็นด้านลบออกไป และนำไปสู่การรักษาโรคได้อย่างปาฏิหาริย์
… ความเชื่อเรื่องการแก่ชราเป็นความคิดที่ฝังหัวเราะทุกคน จงสลัดออกจากจิตใต้สำนึกของคุณและหันมารวมศุนย์ความคิดที่สุขภาพดีและความเยาว์วัยนิรันดร์
… ร่างกายของเราสร้างโรคขึ้นเพื่อแสดงปฏิกิริยาให้เรารู้ เพื่อให้เรารู้ว่าความคิดมุมมองของเราไม่สมดุล หรือเราไม่ยอมรักและสำนึกคุณต่อสิ่งใด ดังนั้นสัญญาณและอาการต่าง ๆ ของร่างกายจึงไม่ใช่เรื่องเลวร้าย
… การที่แพทย์ใช้ยาหลอก (อาจเป็นน้ำตาลหรือแป้งอัดเม็ดที่ไม่มีผลต่อร่างกาย) ในการรักษาผู้ป่วย เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงการทำงานของกฎแห่งการดึงดูด เมื่อผู้ป่วยเชื่อมั่นเต็มที่ว่ายาที่ใช้นั้นจะรักษาโรคได้ เขาก็ได้รับสิ่งที่เขาเชื่อและหายจากโรคจริง ๆ

ความลับปรับเปลี่ยนโลก
… ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นพลังงาน คุณคือแม่เหล็กพลังงานแท่งหนึ่ง เพราะฉะนั้นคุณจึงส่งพลังงานไฟฟ้าไปดึงดูดสิ่งต่าง ๆ เข้ามาหาตัวคุณ และใช้พลังงานไฟฟ้านำพาตัวเองไปหาทุกสิ่งที่คุณต้องการ
… คุณเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีจิตวิญญาณ คุณคือพลังงาน และพลังงานไม่อาจถูกสร้างหรือทำลายได้ แค่เปลี่ยนรูปไปเท่านั้น เพราะฉะนั้นสาระแก่นแท้ของคุณจึงดำรงอยู่ตลอดมาและจะดำรงอยู่ตลอดไป
… จงสลัดความยากลำบากในอดีต ระเบียบวัฒนธรรม และความเชื่อในสังคม คุณเท่านั้นที่สามารถสร้างชีวิตที่คุณพึงมีพึงได้
… พลังอำนาจของคุณอยู่ที่ความคิดของคุณ เพราะฉะนั้นจงมีสติระลึกรู้อยู่ตลอดเวลา

ควมลับปรับชีวิต
… คุณยิ่งใช้พลังอำนาจในตัวมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดึงดูดพลังอำนาจให้เข้ามามากขึ้นเท่านั้น
… ทำสิ่งที่คุณรัก ถ้าคุณไม่รู้ว่าสิ่งใดจะนำความสุขมาให้คุณ จงถามว่า “ความสุขของฉันคือะไร” ขณะที่คุณผูกใจไว้กับความสุขใจนั้น คุณก็จะดึงดูดสิ่งที่จะนำพาความยินดีมีสุขเข้ามาอย่างท่วมท้น เนื่องจากคุณได้ส่งคลื่นความสุขออกไป
… จงโอบกอดความดีงามของคุณเสียตั้งแต่บัดนี้

…คุณอ่านมาถึงตอนท้ายสุดแล้ว
คุณก้าวมาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งหนึ่งในชีวิต เพียงเพราะว่ามีบางอย่างในตัวคุณที่คอยตอกย้ำว่า “คุณสมควรที่จะมีความสุข”
คุณเกิดมาเพื่อจะเพิ่มเติมอะไรบางอย่าง เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับโลกใบนี้ เป็นอะไรบางอย่างที่ใหญ่กว่าและดีกว่าที่คุณเป็นอยู่
ทุก ๆ สิ่ง ทุก ๆ อย่างที่คุณได้ผ่านมา ทุกเวลาทุกนาทีที่คุณได้ผ่านมา ได้เตรียมคุณให้พร้อมแล้วสำหรับช่วงเวลานี้
ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าคุณคือผู้กำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง ลองจินตนาการถึงสิ่งที่คุณสามารถทำในจากวันนี้เป็นต้นไป
ด้วยสิ่งที่คุณรู้แล้วในขณะนี้ คุณจะทำอะไรกับช่วงเวลา จังหวะโอกาสต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตคุณ? คุณจะคว้าโอกาสนั้นไว้ไอ้อย่างไร?
ไม่มีใครเต้นรำแทนคุณได้ ไม่มีใครร้องเพลงแทนคุณได้ ไม่มีใครเขียนเรื่องราวแทนคุณได้ คุณเป็นใคร คุณทำอะไร จงเร่มเสียแต่บัดนี้ !

เก็บมาฝาก
“Whatever you’re thinking and feeling today is creating your future”
อะไรก็ตามที่คุณคิดและรู้สึกในวันนี้ คือ สิ่งที่สร้างอนาคตของคุณ

“Your thaught and you feeling create your life”
ความคิดและความรู้สึกของคุณ สร้างชีวิตคุณ

“You create your own universe as you go along”
คุณสามารถสร้างจักรวาลของคุณเองได้ ในทุกขณะที่คุณดำเนินชีวิต

“Take the first step in faith you don’t have to see the whole staircase just take the first step”
เริ่มก้าวแรกด้วยความศรัทธา คุณไม่จำเป็นต้องเห็นขั้นบันไดทั้งหมด คุณแค่เริ่มต้นที่ก้าวแรก

“When you want to change your circumstance you must first to change your thinking”
หากคุณต้องการสิ่งที่เป็นอยู่รอบตัวคุณ คุณต้องเปลี่ยนความคิดคุณเป็นอันดับแรก

“Imagination is everything. It is the preview of life coming attractions”
จิตนการคือทุกสิง มันเปรียบเสมือนภาพของชีวิต ที่กลายเป็นแรงดึงดูด

“Whatever the mind of man can conceive, it can achieve”
อะไรก็ตาม ที่จิตใจของคนสามารถคิดได้ มันก็สามารถนำมาครอบครองได้

“We are a creator of our universe”
พวกเราคือผู้สร้างสรรรค์จักรวาลของพวกเราเอง

“Energy flows when attention goes”
พลังงานจะไหลลื่น เมื่อความมุ่งมั่นเกิดขึ้น

“The relationship will really work, we need to focus on what we appreciate about the other person, not only complaining about”
ความสัมพันธ์จะดำเนินไปด้วยดี หากคุณรู้จักชื่นชมสิ่งที่คุณประทับใจบ้าง ไม่ใช่เพียงแค่การ บ่น ดุด่า หรือตำหนิ

“We can not control other people, no matter how are we try”
“เราไม่สามารถควบคุมผู้อื่นได้ ไม่ว่าเราจะพยายามมากซักแค่ไหนก็ตาม”

“All power is from within and is therefore under our own control”
พลังอำนาจทั้งหมดมาจากภายใน ฉะนั้นมันควรอยู่ภายใต้การควบคุมของเรา

“You are the designer of your destiny. You are the writher who write your story.
The pen is in your hand and the outcome is whatever that you choose”

คุณคือผู้ออกแบบชะตาชีวิตของตัวคุณเอง คุณคือผู้แต่งเรื่องราวของคุณเอง
ปากกาอยู่ในมือของคุณแล้ว และผลท้ายสุดที่ได้ ก็ขึ้นกับที่คุณจะเลือกเอง

ขอบคุณ: The Secret เดะซีเคร็ต

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *