คมคิดจาก… วิถีแห่ง เต๋า ของวอเร็น บัฟเฟตต์ (คมคิดข้อที่ 1-20)

…สวัสดีครับในฐานะทีเป็นคนหนึ่งที่ลงทุนในตลาดหุ้นต้องยอมรับว่าปีนี้ถือเป็นปีทองของตลาดหุ้นจริง ๆ ตอนนี้ดัชนีปีนี้สามารถทำ New High ครั้งใหม่คือสูงสุดในรอบ 15 ปีได้ หลาย ๆ ท่าน หลาย ๆ คนก็คงจะฟันกำไรอื้อซ่าไปตาม ๆ กัน …รึเปล่าเอ่ย ^^! ส่วนตัวผมนั้นไม่ได้ขายแม้แต่ตัวเดียวครับ …มีผู้ชายคนหนึ่งเขาบอกผมว่า “ลงทุนให้เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ” ครับในเมื่อเราเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจก็ไม่มีเหุตผลที่จะขาย เดี๋ยวหุ้นส่วนคนอื่นเขาจะว่าเอาได้ ว่าไม่รักกันจริง ^^! ซะงั้น …ความจริงก็คือหุ้นของบริษัทที่ผมถืออยู่ยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง ถึงแม้ราคาหุ้นจะขึ้นลงมากบ้างน้อยบ้างตามสภาวะตลาด แต่นั้นก็แค่ราคาหุ้นไม่ใช่ราคาของตัวธุรกิจจริง ๆ
ผมเลือกหุ้นง่าย ๆ ที่ไม่ซับซ้อนตามที่ บัฟเฟตต์ บอก พูดแบบนี้หลายคนอาจจะมีคำถามว่าไม่ซับซ้อนยังไง เอาง่าย ๆ ครับ ทุก ๆ วันที่ผมเข้าร้านเซเว่น ถ้าผมเห็นสินค้าของบริษัทที่ผมถือหุ้นอยู่ยังคงวางอยู่บนชั้นก็แสดงว่าสินค้าของบริษัทนี้ยังคงขายได้อย่างต่อเนื่อง (ถ้าขายได้ไม่ดีทางเซเว่นจะโล๊ะออกครับ) …และก็เช่นเดียวกันกับหุ้นอีกตัวหนึ่ง จำได้ว่าแม่ผมซื้อตู้เย็นยี่ห้อหนึ่งตั้งแต่ตอนสมัยที่ผมเรียนชั้นมัธยมจนวันนี้ผ่านไปสิบกว่าปีแล้วยังไม่พังเลยครับ จีงเป็นเหตุให้เมื่อไม่กี่เดือนก่อนลังจากดูวีดีโอบันทึกเทปย้อนหลังของงาน “บริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน ( Opportunity Day)” ของบริษัทที่ขายตู้เย็นยี่ห้อนี้ทำให้ผมตัดสินใจซื้อหุ้นของบริษัทนี้ทันทีเพราะประเมินแล้วว่าราคาตอนนั้นยังเป็นราคาที่ถูก แล้วก็ไม่ผิดหวังครับ บริษัทนี้ประกาศผลประกอบการ 2 ไตรมาสที่ผ่านมายังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง แล้วตอนวันแม่เมื่อเดือนที่ผ่านมาผมกลับบ้านที่ต่างจังหวัดก็พบว่าพ่อผมเพิ่งซื้อทีวีเครื่องใหม่ยี่ห้อนี้เหมือนกัน ทำให้ผมมั่นใจมากเลยว่าเลือกหุ้นไม่ผิด กลับมากะว่าจะซื้อเพิ่มซักหน่อย แต่ราคาดันขึ้นไปสูงซะแล้ว …นี่ก็เป็นสิ่งที่เรียกว่า “ความง่ายที่ไม่ซับซ้อน” ในพอร์ตของผมครับ หวังว่าการยกตัวอย่างของผมคงไม่ถือว่าเป็นการชี้นำนะครับ เพราะผมไม่ได้บอกว่าหุ้นตัวไหน อุ๊บส์! ^^!
…ถึงแม้วันนี้จะเปิดพอร์ตมาได้เกือบครบสองปีเต็มแล้ว ผมก็ยังไม่รู้เลยว่า MCAD ที่เขาพูดกันนั่นคืออะไร การอ่านกราฟ แนวรับ แนวต้าน ฯลฯ ไม่รู้จักครับ เคยซื้อหนังสือกราฟมาคิดว่าจะศึกษา ตอนนี้ยังวางกองไว้เฉย ๆ อยู่เลย พูดแบบวัยรุ่นต้องบอกว่า “ไม่แนว” ครับ …ผมชอบแนวนี้มากกว่า แค่เดินเข้าเซเว่น, โลตัส, บิ๊กซี หรือท็อปส์ ก็ได้แล้วแต่สะดวกตอนไหน ตอนเลือกซื้อสินค้าให้อ่านฉลากเพื่อดูว่าสินค้าตัวนั้นผลิตจากบริษัทมหาชนหรือเปล่า ถ้าใช่ให้กลับมาดูว่าเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์หรือเปล่า ถ้าอยู่ก็หาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทและสินค้าของบริษัท เช่น สถานะทางการเงิน ส่วนแบ่งทางการตลาด ความน่าเชื่อถือ และอื่น ๆ แล้วก็ประเมินราคาว่าถูกหรือแพง ถ้าถูกแล้วจ่ายไหวก็ซื้อ แล้วก็ถือตราบเท่าที่บริษัทยังคงเติบโต …แค่นี้ง่ายไหมครับ ง่าย แต่ทำยาก (ผมรู้นะว่าคุณตอบแบบนี้ ^^!)

…โอเคครับเกริ่นมาซะนาน มาเข้าเรื่องกันดีกว่า วันนี้ตั้งใจจะคัดย่อข้อคิดจากหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งผมได้อ่านเมื่อนานมาแล้วชื่อว่า “วิถีแห่ง เต๋า ของวอเร็น บัฟเฟตต์” หรือ “The TAO of Warren Buffett”  มาฝากกัน หนังสือเล่มนี้อธิบายหลักคิดในการลงทุนของวอเร็น บัฟเฟตต์ในมุมมองปรัชญาแบบ “ลัทธิเต๋า” เขียนเป็นข้อ ๆ มีประมาณร้อยกว่าข้อ หนังสือเล่มนี้ก็นับว่าน่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการหลักยึด หลักคิดในการลงทุน ผมคิดว่าคงเขียนไม่จบในบทความเดียวเนื่องจากอาจจะทำให้บทความยาวมากและดูไม่น่าอ่าน  ดังนั้นจึงขอเขียนแยกเป็นตอน ๆ ก็แล้วกันครับ ตอนละประมาณ 20 ข้อ …ก็หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อน ๆ ที่แวะเวียนเข้ามาอ่านนะครับ
…ไจ้เจี้ยน สวัสดีครับ (ขอตบท้ายด้วยภาษาจีนที่เพิ่งไปเรียนมาซะหน่อย ^^! ถ้าอยากรู้ว่าผมไปเรียนภาษาจีนทำไม อย่าลืมอ่านบทความที่ชื่อว่า “ความฝัน” นะครับ)


1. กฎข้อที่ 1: อย่าขาดทุน

กฎข้อที่ 2: อย่าลืมกฏข้อที่ 1

2. ผมเริ่มลงทุนตอนอายุ 11 ขวบ
ชีวิตผมว่างเปล่าจนกระทั่งเวลานั้น
(ควรรู้ว่าจะทำอาชีพอะไรตั้งแต่เนิ่น ๆ)

3. อย่ากลัวที่จะเรียกราคาสูง ๆ เมื่อต้องการจะขาย
และอย่าอ่ายที่จะเรียกราคาต่ำ ๆ เมื่อต้องการจะซื้อ

4. คุณไม่มีวันที่จะได้ข้อตกลงดี ๆ จากคนที่แย่ ๆ

5. บุคคลที่ดีที่สุดในประเทศนี้ไม่ได้สร้างฐานะมาจากพอร์ตฟอลิโอที่ประกอบด้วยบริษัท 50 บริษัท
แต่พวกเขาสร้างฐานะด้วยการเสาะหาธุรกิจแทีแสนวิเศษเพียงธุรกิจเดียวเท่านั้น

6. มันเป็นไปไม่ได้ที่จะยกเลิกสัญญาที่เซ็นต์ไปแล้ว
ดังนั้นจงคิดให้รอบคอบก่อนที่จะเซ็นต์สัญญา

7. การอยู่ห่างไกลจากปัญหานั้นง่ายกว่าการแก้ปัญหามาก

8. ควรจะลงทุนให้เหมือนกับการแต่งงานนั่นคือ ตลอดชีวิต

9. วอลสตรีทเป็นที่ที่เดียว ที่คนซึ่งมาด้วยรถ Rolls-Royce ฟังคำแนะนำของคนซึ่งมาด้วยรถไฟใต้ดิน

10. เงินของคุณไม่สามารถซื้อความสุขได้

11. ต้องใช้เวลาถึง 20 ปี ในการสร้างชื่อเสียง
แต่ใช้เวลาพียงแค่ 5 นาที ที่จะทำลายมัน
ถ้าคุณคิดแบบนี้แล้วคุณจะทำในสิ่งต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป

12. ตลาดหุ้นนั้นเหมือนกับพระเจ้านั่นคือ จะช่วยเฉพาะคนที่รู้จักช่วยตัวเองก่อน
แต่สิ่งที่ตลาดหุ้นไม่เหมือนกับพระเจ้าคือ ตลาดหุ้นจะไม่ให้อภัยกับคนที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่

13. ผมจะไม่พยายามกระโดดข้ามรั้วที่สูง 7 ฟุต แต่ผมจะมองรอบ ๆ
เพื่อหารั้วที่สูงแค่ 1 ฟุต ซึ่งผมสามารถเดินข้ามได้อย่างสบาย ๆ

14. ห่วงโซ่ของความเคยชินนั้นมันเบาเกินกว่าที่จะรู้สึกได้
แต่คุณจะรู้สึกมันเมื่อมันรัดคุณแน่นจนเกินกว่าที่คุณจะดิ้นหลุด

15. การแต่งงานเพื่อเงินนั้นไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็คงจะเป็นความคิดที่ไม่ดี
แต่มันคงจะเป็นเรื่องบ้าสุด ๆ ถ้าจะแต่งงานเพื่อเงินในขณะที่คุณรวยอยู่แล้ว

16. มันไม่จำเป็นที่จะต้องทำสิ่งมหัศจรรย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มหัศจรรย์

17. คุณควรจะมองหุ้นนั้นคือส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งของธุรกิจ

18. ความเห็นของผมเกี่ยวกับการตัดสินใจเป็นคณะ นั่นคือการมองเขาไปในกระจก

19. ถ้าผมไม่สามารถทำกำไรได้ในตลาดหุ้นสหรัฐที่มีขนาดถึง 5 ล้านล้านเหรียญ
มันอาจจะเป็นความคิดที่ดีก็ได้ที่จะคิดถึงการไปลงทุนในต่างประเทศที่ห่างออกไปสองสามพันไมล์
แล้วผมจะแสดงฝีมือของผมให้พวกเขาดู
(วอเร็นลงทุนใน PetroChina ในปี 2003)

20. คุณควรจะลงทุนในธุรกิจที่แม้กระทั่งคนโง่ก็สามารถบริหารได้ เพราะว่าวันหนึ่งมันอาจจะเป็นแบบนั้น

ขอบคุณ: วิถี เต๋า ของ วอเร็น บัฟเฟตต์ “The TAO of Warren Buffet”
โดย Marry Buffett & David Clark แปลไทยโดย เอกสิทธิ์ หัสสรังสี

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *